โครงการ Rainbow Project
โครงการ Rainbow Project
1. หลักการและเหตุผล
1.1 ภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบันกำลังประสบปัญหาชะงักงัน อันเป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจโลกถดถอยอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีการส่งออกลดน้อยลง เกิดสภาวะการเลิกจ้าง คนว่างงาน การเงินขาดสภาพคล่อง
1.2 รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ถูกเลิกจ้าง ผู้ว่างงานเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ รวมถึงนักศึกษาจบใหม่
1.3 การดำเนินงานเพื่อตอบสนองนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวให้สัมฤทธิ์ผลและเกิดประโยชน์สูงสุด จะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบและร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงได้จัดทำโครงการ Rainbow Project นี้ โดยเน้นธุรกิจที่สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงแรงงาน ที่จะให้การสนับสนุนรายชื่อผู้ว่างงานและประสงค์จะทำธุรกิจ รวมทั้งสนับสนุนองค์ความรู้/วิชาชีพต่าง ๆ และสถาบันการศึกษา ตลอดจนสถาบันการเงินในการสนับสนุนทางด้านสินเชื่อ/การเงิน
2. วัตถุประสงค์
2.1 เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่ประสงค์จะมีธุรกิจเป็นของตนเองได้อย่างแท้จริงในหลากหลายช่องทางและทั่วทุกภูมิภาค
2.2 เพื่อสร้างแหล่งการค้าแห่งใหม่ และกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโต
3. เป้าหมาย/ผลลัพธ์ของโครงการ
3.1 สร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ผู้ที่ถูกเลิกจ้าง ผู้ว่างงาน และนักศึกษาที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจหรือมีอาชีพ
3.2 สร้างตลาดให้กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็กและรายย่อยที่ประสบปัญหา
3.3 ลดภาระค่าครองชีพให้แก่ผู้มีรายได้น้อย และกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศ
4. รูปแบบ/วิธีการดำเนินงาน
4.1 กิจกรรมการจัดงาน มหกรรม ธุรกิจ สร้างอาชีพ
F เป็นการจัดงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจ e-commerce และการตลาดแบบตรง พร้อมจำหน่ายสินค้าของชุมชน และโรงงานที่ประสบปัญหาการส่งออก ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวม 5 ครั้ง ดังนี้
ส่วนกลาง (กรุงเทพมหานคร) 1 ครั้ง ระยะเวลา 4 วัน จำนวน 250 ราย/คูหา
ส่วนภูมิภาค 4 ครั้ง ๆ ละ 3 วัน จำนวน 100 ราย/คูหา
- ภาคเหนือ (เชียงใหม่)
- ภาคตะวันออก (ชลบุรี)
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อุดรธานี)
- ภาคใต้ (ภูเก็ต/สงขลา)
F รูปแบบกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย
- การนำเสนอธุรกิจและจำหน่ายสินค้า
- การอบรม/ให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการ การตลาด
- การสาธิต/สอนอาชีพต่าง ๆ เช่น การสาธิตสร้างเว็บไซต์ของตนเอง การขายสินค้าผ่านออนไลน์ รวมทั้งการสอนทำอาหาร/อาชีพที่ใช้เงินลงทุนไม่สูง เช่น การทำกาแฟ การทำเค้ก/เบกอรี่ การทำน้ำเต้าหู้/ปาท่องโก๋ เป็นต้น
- การให้คำปรึกษาทางด้านธุรกิจ และสินเชื่อของสถาบันการเงิน และหน่วยงานสนับสนุน/หน่วยงานพันธมิตร อาทิ ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย SME Bank เป็นต้น
- การจับคู่เจรจาธุรกิจ
- การเก็บข้อมูลความต้องการงาน/อาชีพผู้ที่ประสงค์ทำธุรกิจ หรือหางาน
4.2 กิจกรรมการสร้างแหล่งการค้าแห่งใหม่
1) ถนนคนเดิน (Walking Street)
F เป็นการจัดสถานที่จำหน่ายสินค้าทั่วไป เน้นในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ได้แก่ ชลบุรี (บางแสน/พัทยา) เพชรบุรี (หัวหิน) นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สงขลานครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี อุบลราชธานี นครพนม มุกดาหาร หนองคาย เลย เพชรบูรณ์ พิษณุโลกเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน รวม 500 จุด ๆ ละ 100 ราย
2) ไนท์ พลาซ่า (Night Plaza)
F จะคล้ายกับ Walking Street แต่เน้นสินค้าส่งออก เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกและโรงงานที่ไม่สามารถระบายสินค้าส่งออกได้ หรือมีคำสั่งซื้อ (Order) ลดลง ให้สามารถระบายสินค้าได้ในลักษณะของ Factory Outlet เน้นในจังหวัดขนาดใหญ่ของแต่ละภาค ๆ ละ 1 แห่ง รวม 4 แห่ง ได้แก่ ภาคเหนือ (พิษณุโลก) ภาคตะวันออก (ระยอง) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (นครราชสีมา/ขอนแก่น/อุดรธานี) และภาคใต้ (สงขลา) แห่งละ 50 - 100 ราย
3) ตลาดนัดจำหน่ายสินค้า/อาหารรายย่อย
F เป็นการขอความร่วมมือห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น บิ๊กซี คาร์ฟูร์ เทสโก้โลตัส แมคโคร และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ เช่น ร้านสะดวกซื้อ (Convenience Store) ให้การสนับสนุนพื้นที่บริเวณด้านนอกของห้างฯ เพื่อดำเนินการใน 2 รูปแบบตามความเหมาะสมคือ
1) เป็นแหล่งรวมสินค้าอุปโภคบริโภค และทั่วไป ในรูปแบบของตลาดนัดหรือเปิดท้ายขายของ
2) เป็นศูนย์อาหารรายย่อย โดยเฉพาะบริเวณด้านหน้าของร้านสะดวกซื้อ เพื่อรองรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นทำธุรกิจ/สร้างอาชีพ ทั้งที่เริ่มต้นด้วยตนเองหรือซื้อแฟรนไชส์
4) ตลาดออนไลน์ มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ทีมีสินค้า/หรือบริการ ให้มีเว็บไซต์ เพื่อจำหน่ายสินค้าผ่านเว็บไซต์ที่พัฒนา และมีการทำประชาสัมพันธ์โดยใช้ SEO (Search Engine Optimization) ให้สามารถติดอันดับต้น ๆ ของการค้นหาจาก Search Engine รวมทั้งการขายสินค้า/บริการผ่านตลาดกลางของกระทรวงพาณิชย์ (www.DBDmart.com ) โดยจะเน้นสินค้า OTOP ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีศักยภาพในการทำตลาดออนไลน์
5) Shop Channel โดยเลือกสินค้าที่มีศักยภาพจำหน่ายผ่านช่องทางของการตลาดแบบตรงในรูปแบบต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อโทรทัศน์ ฯลฯ
ลงวันที่ : 28 มกราคม 2552
อ่านทั้งหมด